Grand Italy 2010: วันที่สี่ [ครึ่ง]

posted on 08 Jul 2010 00:11 by ellebazi
โดน Trauma คั่นรายการไปก่อน ไปชะโงกทัวร์กันต่อดีกว่า
 
วันที่ 4 ณ ปอมเปอี
 
  ประวัติศาสตร์แกล้มกันเล็กน้อย
ปอมเปอีนั้น ก่อตั้งมาตั้งแต่ราว 700 ปีก่อนคริสตกาล
และถูกฝังโดนเถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟ วิซุเวียส (Vesuvius)ในปี 79 A.D.
ศพส่วนมากที่ยังคงรูปลักษณะเดิม เพราะเถ้าภูเขาไฟปกคลุมไว้
แต่สาเหตุการตาย ส่วนใหญ่เป็นก๊าซพิษที่ออกมาพร้อมการระเบิด
 
 ทางเข้า 
แถวนี้เมื่อก่อนเป็นหมู่บ้านประมง ท่าเรือสมัยก่อนนะ
สภาพแบบไม่บูรณะอะไร
 
วิหาร อพอลโล่ 
ชาวปอมเปอี นับถือเทพและสร้างวิหารหลักๆ ขึ้นมา สามวิหารคือ
อพอลโล่ อาเธน่า และ เฮอร์คิวลิส 
สังเกตได้ว่าเป็นวิหารอพอลโล่ ได้จากนาฬิกาแดด หน้าแท่นกลางลาน
 
 รอบๆ วิหาร



แถบนี้เป็นจตุรัสกลางเมือง
จากตรงนี้จะมีลานกว้างสำหรับพบปะ และชุมนุม
  
 
วัตถุที่ขุดขึ้นมาได้
 
พวกศพนั้น เป็นของจำลองนะ ไม่ต้องห่วง 
 
 
ถนนทางเดิน ซ้ายขวาที่เรียงกันคือบ้าน เป็นบล็อคๆ เลย
ดูเป็นระเบียบชะมัดเลย ว่าม่ะ? 
 
 
สภาพดีอย่างไม่น่าเชื่อ
มาเข้าสู่แถบเมืองที่ยังอยู่สภาพดีมั่ง 
 
 
ไม่รวมต้นไม้ที่ขึ้นใหม่ เสา กำแพง พื้นอยู่ในสภาพดีมาก
 
 
รู้สึกอันนี้มีการบูรณะในส่วนหลังคา กับประตูนิดหน่อย
 
 
อันนี้ไม่ได้ซ่อมใหม่ แต่ยังคงเห็นรายละเอียดงานบนเพดานเหลือไว้สวยมาก
 
สีภาพบนกำแพงของบ้านนี้ ก็ยังสวยดี
 
คาดว่าเป็นห้องครัว (มั้ง)
 
 
ห้องนั่งเล่นในบ้าน
สังเกตดู ลายพื้นยังคงอยู่ในภาพดีมากๆ 
 

 
รูปพื้นอีกรูป
 
โชคดีที่มีฝนตกเล็กน้อย ไม่งั้นฝุ่นในเมืองจะฟุ่งมาก
 
 
อันนี้เป็นจุด land-point ของเมือง ที่เค้าว่าต้องมาชมกัน
เป็นตึกสองชั้นที่เค้าว่าเป็นโรงพยาบาล
 
 
แต่ทว่า...... เออ พวกภาพเขียนที่แปะตามกำแพง ...
มันไปทาง "หอโคมแดง" ซะงั้น.... โรงพยาบาลจริงป่าวฟ่ะ...  
(รู้สึกว่าจะไม่จริง.... เป็นหออย่างที่คิดนั้นแหละ....อะนะ...)
  
จริงๆ แล้ว ภูเขาวิซุเวียสอยู่ไกลมาก 
ถ้าไม่ใช่วันอากาศดีๆ จะมองไม่เห็นเลย
อย่างในรูปดูเหมือนจะไม่ใช่วิซุเวียสนะ
 
เดินแล้วได้บรรยากาศเมืองโบราณมากๆ
ไม่น่าเชือว่า จะเป็นเมืองเมื่อสองพันปีก่อนเลย
 
จบการทัวร์ปอมเปอี 
ไปต่อที่เมืองท่า นาโปลี 
 
 
 เป็นเมืองท่าเรือ อันดับสองของอิตาลี่ ริมอ่าวเนเปิ้ล
 
จากท่าเรือ ไปพักบนเกาะคาปรี
 
แต่ขอรวบยอดไว้วันถัดไปล่ะกัน  
 
 
ฟังจากไกด์มาว่า  บางประเทศอย่างญี่ปุ่น ไม่ต้องวีซ่าก็มาได้
เรียกว่าเป็นโปรโมที่สนุกสนานมาก เพราะพวกคนญี่ปุ่นมาเที่ยวที เรียกว่าใช้จ่ายกันเยอะ
ขนาดที่ว่า ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่นให้
มีไกด์เสียง หนังสือท่องเที่ยวต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น
สนับสนุนการท่องเที่ยวเต็มพิกัดดีมาก
 
เชื่อว่าหนึ่งในนั้น คนเขียน NG Life คงมาเก็บข้อมูลถึงถิ่นด้วยแหงๆ 
 
เอาล่ะ ไว้เจอกันวันต่อไป
บะบาย~  

Comment

Comment:

Tweet

อ่า.... ยิ่งดูยิ่งคิดถึงอยากไปอีกครั้ง

#3 By Shinji on 2010-07-09 16:27

สิ่งที่ผมถูกใจที่สุดตอนไปอิตาลี คือพาสต้ากับพิซซ่า (อร่อยผิดคาด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้โบ๊ะเครื่องแบบเรา) แล้วก็ไอ้แผงอุ่น ๆ ในห้องน้ำนั่นน่ะ sad smile

พูดถึงญี่ปุ่นแล้ว ตอนที่ผมไปก็เจอนักเรียนญี่ปุ่นไปทัศนศึกษาเหมือนกัน เจอแถว ๆ บันไดสเปน...

#2 By กระรอกโฉด on 2010-07-08 23:20

นี่เอง ปอมเปอีที่ล่ำลือ

ถ้าเป็นเมืองไทยอาโดนทาสีทับก็ได้นะนี่

Hot!

#1 By blade on 2010-07-08 00:39