บางคนสงสัย แต่ก็ไม่รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร จนนึกว่าเหมือนกันไปแล้ว
อีกอย่าง ทางรัฐบาลก็สนับสนุน NGV เป็นส่วนใหญ่ จนงงๆว่า LPGเนี่ย คืออะไรกันแน่
เอาเป็นว่า รู้ใว้ใช่ว่าล่ะกันนะ

NGV : Natural Gas Vehicle 
จริงๆ มันแปลว่า พาหนะที่ใช้แก๊ซธรรมชาติ แต่คนเราก็เหมารวมเรียกเป็นชื่อแก๊ซไปด้วย
ตัวแก๊ซจริงๆ เรียกว่า CNG : Compressed Natural Gas ก๊าซธรรมชาติที่ถูกบีบอัด
หรือ LNG : Liquefied Natural Gas ก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลว

เอาเป็นว่า จะเรียกว่าอะไรก็ตามมันคือ Natural Gas ก๊าซธรรมชาติ ก็แล้วกัน
ก๊าซธรรมชาติ เกิดจากการทับถมของฟอสซิล เหมือนน้ำมันและถ่านหิน แต่อยู่ในรูปก็าซ
มีส่วนประกอบหลักๆคือ มีเทน (Methane CH4) ซึ่งเบากว่าอากาศ
แหล่งก๊าซหลักๆ ได้แก่ อ่าวไทย และท่อส่งจากพม่า


LPG : Liquefied petroleum gas
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือเรียกกันง่ายๆว่า ก๊าซหุงต้ม ที่ใส่ถังใช้กันตามบ้านทั่วไป
ก๊าซหุงต้มในประเทศไทย มีส่วนประกอบหลักๆ คือ โพรเพน และบิวเทน ในอัตราส่วน 70 : 30
(Propane C3H8, Butane C4H10)
ได้จากการกลั่นจากหอกลั่นน้ำมัน เหมือนดีเซลและเบนซิน และโรงแยกก๊าซ


คุณสมบัติทั่วไป
น้ำหนัก:

NGV เบากว่าอากาศ จึงลอยขึ้นข้างบน
LPG หนักกว่าอากาศ จึงกองรวมกับพื้น

สีและกลิ่น:
ไร้สีและกลิ่นทั้งคู่ แต่ตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงเติมกลิ่นฉุนๆลงไปให้เหม็นๆ


การเผาไหม้:
เผาไหม้ได้สมบูรณ์กว่าน้ำมันทั้งคู่ จึงมีเขม่าน้อย และไม่มีสารตะกั่ว

จุดเดือด (น้อยกว่านี้เป็นของเหลว สูงกว่านี้เป็นก๊าซ) :
NGV (-162) C, LPG (-50) C

จุดระเบิด (จุดติดไฟเองได้ที่อุณหภูมินี้, ต่ำกว่านี้ต้องมีแหล่งไฟใกล้เคียง) :

NGV 540 C, LPG 400 C

การบรรจุ :
NGV เบากว่าอากาศและระเหยง่าย ดังนั้นในการบรรจุถังจึงต้องใช้แรงดันมากกว่า
ถังที่ใช้บรรจุ จึงต้องใช้ถังที่ทนแรงดันสูง
เมื่อเติมเต็มแล้ว ก๊าซจะมีแรงดันราวๆ ประมาณ 2200-2800 PSI
หากเติมเต็มๆจะถึง 3000 PSI หรือ 200 BAR
ต้องใช้ถังเหล็กขึ้นรูป ไม่มีตะเข็บ จะหนาราวๆ 8 มม.
(ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE R110)


LPG หนักกว่าอากาศ และเวลาบรรจุในถัง ก๊าซหุงต้มจะควบแน่นอยู่ในรูปของเหลว
ถังที่บรรจุ จึงใช้ถังที่ทนแรงดันสูงไม่มาก
เมื่อเติมเต็มแล้ว ก๊าซจะมีแรงดันราวๆ 100-130 PSI หรือประมาณ 4-6 BAR
ต้องใช้ถังเหล็กขึ้นรูป ไม่มีตะเข็บ จะหนาราวๆ 2.5 มม.
(ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ECE 67)

ปล. แรงดันลมขนาด 4-7 BAR มักใช้ในอุปกรณ์อุตสาหกรรมทั่วไป
เช่น หัวฉีดลมสำหรับเป่าฝุ่น ซึ่งถ้ามาเป่าผิวหนังจะพอให้เป็นรอยบุ่มเล็กๆ ไม่เจ็บไม่คัน


คำถามยอดฮิต
1. อันไหนปลอดภัยกว่า?

ถ้าได้ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานแล้ว มันก็ปลอดภัยพอๆกัน
แต่ถ้าเกิดในกรณีนอกเหนือความคาดหมายเช่นการรั่ว การแตก และมีแหล่งไฟใกล้เคียง
อันไหนก็แย่พอกัน
NGV กระจายตัวได้เร็วกว่าเพราะมันเบา แต่ถ้าติดไฟก็จะเป็นวงกว้างกว่า
LPG มันหนัก กระจายตัวได้ช้ากว่า แต่ถ้าติดไฟมันจะกองอยู่กะพื้น


2. งั้น LPG ก็อันตรายกว่าสิจริงปะ? แถม NGV ใช้ถังหนาโครต งี้ก็ปลอดภัยชัวร์ใช่มะ?

คำถามน่าปวดตับ...
ถ้าโดนชนหรือกระแทกในความเร็วเท่ากัน LPG ย่อมมีโอกาสรั่วสูงกว่า
แต่โอกาสที่ชนแล้วทำให้ถังรั่วได้นั้น คนนั่งคงตายก่อนไปแล้วล่ะ เค้าไม่ได้ติดถังไว้กัดชนรถนะย่ะ
ถ้าถังจะแตก คนก็ตายไปก่อนแล้วล่ะ
จะตายเพราะไฟหรือแรงกระแทกจากการชนก็พอกันทั้งคู่

ปล. ถังมีอายุ หมดอายุต้องเปลี่ยน ไม่งั้นตอนเช็คสภาพรถ เค้าไม่ให้ต่อทะเบียน


3. แล้วถ้าเกิดรถติดไฟล่ะ ถัง LPG ก็ระเบิดก่อนสิ

ถังLPG ที่ได้มาตรฐาน จะมีวาลป์ควบคุม หากความดันภายในสูงกว่าที่กำหนดไว้
ซึ่งเนื่องมาจากการติดไฟของถังภายนอก และก๊าซมันขยายตัว
วาลป์จะค่อยๆปล่อยก๊าซออกมา เพื่อลดแรงดัน ทำไม่ให้ก๊าซในถังเกิดการระเบิด
ซึ่งกว่าจะปล่อยหมด จะกินเวลาราวๆ 15 นาที
ทำให้ตัวไฟ จะลุกไหม้อยู่ในส่วนถังเท่านั้น และถังไม่ระเบิด สร้างความเสียหายในวงกว้าง
อ้างอิง http://www.gasthai.com/boardgas/html/A18378.html


4. งั้นอันติดอันไหนคุ้มกว่า

ต้องศึกษาดูตารางข้างล่างก่อนว่า เป็นรถประเภทใด เหมาะกันก๊าซไหน
http://gasthai.com/article/html/381.html

ถ้าติดได้ทั้งสองแบบ
ค่าติดตั้งของ NGV จะสูงกว่า 2 เท่า แต่ได้ข้อได้เปรียบที่ราคา NGV เองถูกกว่า
NGV  1 Kg กับ LPG 1 ลิตร วิ่งได้ประมาณ 10 กม. พอๆกัน
(ราคาวันนี้ NGV 8.50 บาท LPG 10.50-11.00 บาท)
แต่ LPG เติมเต็มถัง วิ่งได้ไกลกว่า NGV (ถัง 100 ลิตรเท่ากัน)
NGV 1 ถัง วิ่งได้น้อยกว่า ต้องเติมบ่อยกว่า

 

5. หาปั๊มยาก ขี้เกียจต่อคิวแท๊กซี่ง่ะ

ปตท. มีปั๊มNGV 177 สถานีทั่วประเทศ  รวมใน กทม 64 สถานี
ส่วนบางจาก มีปั๊ม NGV 12 สถานีทั่วประเทศ และ 10 สถานีในกทม.
http://innovation.pttplc.com/gisinfo/pttngvmaps.plex << แผนที่ปั๊ม ปตท.
http://www.bangchak.co.th/th/productFuelDetail.asp?id=103 << ปั๊มที่ขายNGVบางจาก
2 เจ้าเท่านั้น ส่วนใหญ่จะขายตามจังหวัดใหญ่ๆ 1-2 แห่งเท่านั้น
มีแค่นี้ แท๊กซี่มันเลยต่อคิวกันยาว

ส่วน LPG มีปั๊มให้เลือกเติมได้ตามสบาย ทั้งในกทม. และต่างจังหวัดทั่วประเทศ นับไม่ถ้วน
http://www.gasthai.com/station/gaslist_byprovince.asp?sql=%A1%B7%C1 << กทม
http://www.gasthai.com/station/sum.asp << ถ้างงก็ต่อท้าย sql= ตามด้วยชื่อจังหวัดก็ได้


6. รัฐให้การสนับสนุนแต่ NGV นิ งั้น LPG ไม่ดีใช่ไหม?

ไม่มีข้อมูลที่เห็นได้ชัดๆในเรื่องนี้

ข้อมูลเท่าที่มีคือ ปตท.เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในการขาย NGV
ปั๊มที่มีขาย NGV ส่วนมากจึงเป็นปตท. (บางจากมีนิดหน่อย)
และร้านค้าที่ติดถัง NGV ต้องได้ตามมาตรฐาน ปตท.
สุดท้าย ค่าสร้างปั๊มที่สามารถเติม NGV แพงเอาเรื่อง

ส่วน LPG ไม่มีใครเป็นผู้สนับสนุนหลัก แต่ค่าสร้างปั๊มถูก
ร้านที่ติดตั้งได้มีหลากหลายมาตรฐาน

เหตุผลที่มักใช้คือ ไม่อยากให้คนใช้ LPG ในการเติมรถนัก เพราะเดี๋ยวก๊าซหุงต้มสำหรับใช้ตามครัวเรือนไม่พอ หรือทำให้มีราคาสูงขึ้น ฟังแล้วก็พอรับได้อยู่


เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พลังงานทดแทนแบบอื่นๆ
E20 คงจะไม่เขียนเพราะไม่ต่างจาก โซฮอล์ที่เขียนไปคราวก่อน น้ำมันก๊าซโซฮอล์ - ทางเลือกประหยัดค่าน้ำมัน ได้ลองใช้กันรึยัง? เพียงแต่มันใส่ เอทานอลให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% จากโซฮอล์ปกติที่ 10% เท่านั้น

Solar Cell ปัจจุบันเมืองไทยสามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกลงแล้ว
เฉลี่ยอยู่ที่  Solar Cell สำหรับจ่ายไฟ 1 Watts ตกราคา 100 บาท จากเมื่อก่อน 250 บาท
พัดลมบ้านกินไฟประมาณ 70-80 Watts ต้องลงทุน Solar Cell ประมาณ 7000- 8000 บาท เพื่อไม่ต้องเสียค่าไฟอีก
ขอเวลาให้พัฒนาต่อไปเรื่อยๆอีกสักพัก น่าจะได้ราคาถูกลงในอีกไม่นานนัก

คราวหน้าถ้าจะเขียน ว่าคงจะเขียนเรื่องรถไฮบริจของ Toyota ที่ออกนโยบายไม่สนับสนุน E85 ของรัฐบาล
น่าสนุกดีใช่ปะ?


ส่งท้าย
บทความนี้ เขียนเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการรู้จัก NGV/LPG เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเพื่อบอกว่าก๊าซอันไหนดีกว่ากัน
คนที่คิดจะติดถังก๊าซ คิดว่าคงมีเหตุผลส่วนตัวว่าทำไมถึงติดถังก๊าซอะไร การจะไล่คนที่แถวบ้านมีแต่ปั๊ม NGV ไปติด LPG หรือในทางกลับกัน ก็ไม่ใช่เรื่องนัก
บางข้อความก็เขียนด้วยความเห็นส่วนตัวบ้าง ข้อมูลภายนอกบ้าง อาจมีผิดมีถูกเป็นบางส่วน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
http://www.gasthai.com
http://www.pttplc.com/en/Default.aspx
http://www.bangchak.co.th/th/

.oOเมื่อวาน Edit แล้วเนทหลุด ข้อมูลหาย ต้องมาอัพใหม่หมดเลย = = "

Entryนี้ จริงๆควรจะเขียนนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อกลับจากสงกรานต์
แต่ก็ปล่อยให้เวลาล่วงผ่านมาอีกเดือนจนได้

เมื่อตอนสงกรานต์ ฉันได้แวะกลับไปหาเขาอีกครั้ง
เขาก็ยังคงเหมือนเขาคนนั้นในความทรงจำ.. ทั้งความเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นสุภาพบุรุษ
เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ฉันเหงาอยู่ตัวคนเดียว เขาก็ค่อยอยู่เคียงข้างและให้ความอบอุ่นแก่ฉันเสมอ
เมื่อตอนที่ฉันได้กลับบ้าน ฉันก็ยังคงคิดถึงเขา คิดเสมอว่า...สักวันฉันต้องกลับไปหาเขาให้ได้...

พอวันนั้นมาถึงจริงๆ....
เขายังคงเป็นสุภาพบุรุษที่ฉันรักคนเดิม.... แต่... เขาก็เปลี่ยนไป... เขาหยาบกระด้างกว่าเดิม.....
เขายังคงความอบอุ่นเหมือนเมื่อวันวาน แต่มันไม่ทำให้ชั้นอบอุ่นใจเหมือนเดิม....
เขาดูแลฉันอย่างดี... แต่พฤติกรรมของเขาเอง ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นคนที่แปลกแยก....
ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว...

หรือตัวฉันเองที่เปลี่ยนไป?
เป็นเพราะฉันได้เห็นโลกในมุมมองที่กว้างมากขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาหรือ?
เลยทำให้ฉันรู้สึกว่า เขาเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่เขาที่ฉันหลงรักอีกต่อไป

กาลเวลาช่างโหดร้าย... ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...

สุดท้าย ฉันก็ต้องบอกลาเขา...
ฉันคงไม่มีโอกาสไปหาเขาอีกแล้ว....
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง...
ถึงแม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหน ฉันก็จะไม่ลืม...

ลาก่อน....
.
..
...
....
.....
ลอนดอน เมืองอันเป็นที่รักของฉัน....
.....

....

...

..

.

แฮ่~~!!!
โดนหลอกกันทั่วหน้าดีไหม เอิ้กๆ

สรุปง่ายๆ คือเมื่อสงกรานต์เรากลับไปเที่ยวลอนดอน ที่เราเคยเรียนอยู่เกือบ 2 ปี
วันแรกๆก็ขึ้นไปเที่ยวสก็อตแลนต์ก่อน(ไว้จะมาอัพรูปวันหลัง) พอวันหลังค่อยลงมาเที่ยว ช็อปในลอนดอน

ปรากฏว่า วันแรกที่เราเข้าไป ก็หลงทาง!!
บ้าบอ!! เป็นไปได้ยังไง! หลงทางในลอนดอนที่เมื่อก่อนหลับตาเดินยังกลับบ้านถูก!
กลาง Piccadilly Circus ที่เดินมันทุกบ่อยจนจำร้านได้เกือบหมดเนี่ยนะ
ยืนเคว้งอยู่กลางลานอยู่พักใหญ่ๆ จึงจำทาง จำตรอกซอกซอยได้...
เพราะกลางลานตรงนั้น ร้านค้าเปลี่ยนไปเยอะจนตั้งหลักไม่ถูก ยังดีที่จำตรอกและทิศได้เลยไปได้

เอาล่ะ นั้นมันเป็นความแค้นที่ตัวเองยืนงง
ต่อไปเราก็ไปชะโงกทัวร์ลอนดอนกัน~


ลอนดอน สัญลักษณ์ที่นึกออกก่อนใครเพื่อนก็ต้อง Big Ben และ London Tower และ London Eyes
ช่างมันเถอะ เห็นจนเบื่อแล้ว แต่เอาเป็นว่าเอารูปไปดูผ่านๆละกัน

 


London Eyes วันนี้อากาศไม่ค่อยดี ไม่มีแดด

 

 


Big Benไกลๆ

 

 


London Tower แบบผ่านๆ


 

 


ออกนอกเมืองไปหน่อยไปดูเส้นแบ่งเวลาโลก หรือที่เรียกว่า Greenwich Mean(Meridian) Time (GMT)ที่เส้นลองติจูด ที่ศูนย์นะเอง

 

 

 


กรุงเทพฯอยู่ทางขวา คือ 100 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก (รูปอันนี้ไม่ติดเลข 30แหะ)


ไหนใครดูนาฬิกาสิว่าตอนนี้กี่โมง (ไปเฉลยข้างล่างนะ)

ของเล่นน่าเล่น จอทัชสกรีนแบบฉาย กล้างฉายภาพจากข้างบน แต่เราเลื่อนดูเอกสารด้านล่าง


ไปชะโงกดู เปลี่ยนเวรยามที่วังบักกิงแฮมสักรอบ แต่ไม่ค่อยเห็นหรอก คนเยอะชะมัด ขนาดมีวันเว้นวันคนยังอุตสาห์มาดูกันขนาดนี้เลย

 

 


เลยถ่ายรูปอนุสาวรีย์ Victoriaมาแทน

 

 


ชอบเทวดา(หรือนางฟ้า)บนยอดนั้นมากกว่าแหะ สวยดี

 

 


ชะโงกผ่าน King's Cross Station

 


เลยต้องแวะเข้าไปดู Platform หมายเลขโด่งดัง 9 เศษสามส่วนสี่
(เข้าใจเล่นแหะ...)

ชะโงกผ่าน Royal Courts of Justice ตอนไปแวะซื้อชาของฝาก
รูปปั้นสวยดี


ไปเดินเล่นริมแม่น้ำThames

อากาศดี พวก Street Show ก็ออกมาโชว์กัน

เดินไปเรื่อยๆถึง Covent Garden ดูวง Lotus ออกแสดง
(ชอบวงนี้มากเลย เมื่อก่อนตอนอากาศดีๆ ชอบแวะเดินมาฟังบ่อยๆ)

ชอบตัวนี้แหะ เสียดาย 2 รูปนี้ตั้งกล้องผิดเป็นอัดวีดีโอเฉย



เอาล่ะ อาหาร!



คุรุ คุรุ วันแรก อาหารที่ชอบมากก็ Carifornia Roll ใส่เทมปุระ ข้าว แซลมอน และอาโวกาโด้เท่านั้น
แต่เทมปุระมันอร่อย หาที่ไหนกินไม่อร่อยเท่านี้เลยขอบอก


Four Seanson เป็ดย่างชื่อดัง
เนื้อเป็ดหวานนุ่ม หนังเป็ดกรอบอร่อย
น้ำราดรสชาติดี พร้อมข้าวสวยอร่อยมากๆ

 

วันแรกไปถึง Bayswater เจ้าดั้งเดิม

 


มารู้ทีหลังว่ามันไปเปิดสาขาที่ Soho กลางเมืองแล้ว เลยต้องไปกินอีกรอบให้หนำใจ

 

เอาล่ะหมดแล้ว ไว้วันหลังค่อยมาชะโงกทัวร์ต่อสก็อตแลนด์

ปล. รูปนาฬิกาข้างบน เป็นนาฬิกาแบบหน้าปัด 24 ชั่วโมง
นั้นคืออ่านว่าเวลาประมาณ 15.08 บ่ายสามกว่าๆ ไม่ใช่ประมาณ 2 ทุ่มนะเออ

เอ้า ใครโดนต้น Entryหลอก แล้วกำลังคิดหาคำปลอบไว้แล้ว มาบอกกันหน่อยสิ